แรงงานด่างด้าว จ้างยังไงให้ถูกกฎหมาย..?

Alien Labor

ช่วงนี้เปิดไปดูข่าวช่องไหนก็มีแต่ข่าวชาวโรฮิงญาเต็มไปหมด ผู้คนรอบข้างต่างมีเสียงสะท้อนที่แตกต่างกัน บ้างก็เห็นใจอยากให้ประเทศของเรารับเค้าเข้ามาดูแล บ้างก็ต่อต้าน … จริงๆ แล้วโดยส่วนตัวเองก็ค่อนข้างเห็นใจชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยข้ามน้ำข้ามทะเลมาไม่น้อย แต่ก็ต้องเห็นใจประเทศไทยด้วยเช่นกันนะคะ เพราะถ้าหากรับเค้าเข้ามาดูแลแล้วจะส่งผลเสียที่ตามมาอีกมาก

ซึ่งบางที่อาจจะเกินกำลังของประเทศเล็กๆที่มีปัญหามากมายอยู่แล้วของเราจะรับมือไหว ถ้าจะลองติดตามข่าวดูดีๆ ปัญหาชาวโรฮิงญาที่กำลังดังในช่วงนี้เกิดมาจากที่ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมการประมงของเราโดนใบเหลืองเรื่องการค้ามนุษย์ จึงมีการตรวจจับกวาดล้างกันจนมาเจอแคมป์ เจอเรืออพยพของชาวโรฮิงญา

ปัญหาการค้ามนุษย์ในบ้านเราเกิดมาจากการนำเข้า–ส่งออกแรงงานผิดกฎหมาย มีประชากรของประเทศเพื่อนบ้านเราหลบหนีเข้ามาเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในบ้านเราอย่างไม่ถูกต้องตามขั้นตอน เมื่อคนแรกๆเข้ามาได้, มีการมีงานทำ ชีวิตดีขึ้น

ก็เกิดการชักชวนกันเข้ามามากขึ้น เมื่อเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ นายจ้างจะจ่ายให้แค่ไหนก็ต้องเอา หรือจะไม่จ่ายให้เลยก็ต้องจำใจอยู่เพื่อที่จะได้มีที่อยู่ ไม่ต้องถูกจับส่งกลับประเทศ เมื่อผู้ประกอบการที่เห็นแก่ตัวบางคน เห็นว่าแรงงานประเภทนี้เสียค่าแรงน้อย หรือบางทีก็ไม่ต้องเสียจึงเกิดการจ่ายเงินให้นายหน้าหลอกแรงงานเข้ามาทำงานให้ ปัญหาการค้ามนุษย์ หรือ การใช้แรงงานทาสจึงเกิดขึ้น

สำหรับกระบวนการในการจ้างแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายของบ้านเรานั้น อาจจะยังไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก มีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการขั้นตอนปลีกย่อยอยู่บ่อยๆ แต่โดยเบื้องต้นแล้ว ตอนนี้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในบ้านอย่างถูกต้องนั้นมีอยู่สองประเภท

(แรงงานต่างด้าวที่เราจะพูดถึงนี้จะหมายถึงแรงงานจากประเทศ พม่า ลาว และกัมพูชา เท่านั้นนะคะ)

ประเภทแรก คือ แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง และมาขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานหลบหนีเข้าเมืองที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย และทำงานได้เป็นการชั่วคราว โดยเมื่อขึ้นทะเบียนฯ แล้ว แรงงานจะต้องทำการตรวจสุขภาพตามขั้นตอน และอาจต้องซื้อประกันสุขภาพ (ไม่บังคับ แต่ควรซื้อจนกว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมได้ หลังจากได้เลข Work permit) เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการขึ้นทะเบียน แรงงานต่างด้าวจะได้รับเอกสาร ทร.38 /1, ใบอนุญาตทำงาน และหมายเลขประจำตัว 13 หลัก (บางคนอาจได้บัตรสีชมพู ลักษณะคล้ายบัตรประชาชนของเรา ซึ่งเป็นการแสดงตัวตนว่าเป็นคนที่ไม่มีสัญชาติไทย โดยด้านหลังบัตรจะบอกชื่อนายจ้างที่พนง.ทำงานอยู่ด้วย) โดยเอกสาร ทร.38/1 และ บัตรสีชมพูนี้จะมีช่วงเวลาการอนุญาตฯ 6 เดือน, 1 ปี หรือ 2 ปี ตามแต่กรณี เมื่อใบอนุญาตหมดอายุก็จะต้องต่อเป็นคราวๆ ไป

แรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองมา และทำการขึ้นทะเบียนฯในลักษณะนี้ หลังจากสามารถขึ้นทะเบียนและทำงานได้อย่างถูกต้องแล้ว ในระหว่างช่วงการอนุญาตชั่วคราวนี้ พนักงานก็จะต้องไปทำการพิสูจน์สัญชาติเพื่อจัดทำพาสปอร์ตและวีซ่าเพื่อปรับเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฏหมายต่อไป

ประเภทที่สอง คือ แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างถูกต้องตาม MOU (Memorandum of Understanding) สำหรับการจ้างแรงงานผ่าน MOU นั้นอาจจะมีขั้นตอนมากอยู่สักหน่อย แต่เป็นวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และแรงงานที่เข้ามาตาม MOU นั้น สามารถทำงานอยู่ในประเทศไทยได้คราวละ 4 ปี

ขั้นตอนแรกของการจ้างแรงงานผ่าน MOU คือ นายจ้างจะต้องทำการยื่นขอโควตา (เผื่อใครจะแย้งว่าต้องสะกดว่า โควต้า … ขอแจ้งตรงนี้ก่อนว่า โควตา คือ การสะกดตามราชบัณฑิตยสถานนะคะ) ในการจ้างแรงงานต่างด้าวซะก่อน เมื่อได้โควตามาแล้วจึงจะสามารถยื่นคำข้องขอนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศไทยได้ โดยการนำเข้าแรงงานต่างด้าวนั้นจะต้องทำผ่านตัวแทน, นายหน้า หรือบริษัทจัดหางานของประเทศต้นทางของแรงงาน (สถานประกอบการส่วนใหญ่จะดำเนินการเรื่องนี้ผ่านนายหน้าที่เป็นบริษัทของคนไทยที่ทำธุรกิจกับบริษัทจัดหางานของประเทศที่แรงงานที่เราต้องการอยู่แล้ว แต่ก็มีบริษัทใหญ่หลายที่ที่สามารถติดต่อกับบริษัทจัดหางานของประเทศที่จะส่งแรงงานได้เลย)

หลังจากได้รายชื่อคนงานที่จะมาทำงานกับเราแล้ว ก็จะต้องทำสัญญาจ้างและเอกสารต่างๆ ให้เรียบร้อย แล้วจึงมายื่นคำขออนุญาตทำงาน (ขั้นตอนทั้งหมดนี้ แรงงานยังไม่ได้เข้ามาในประเทศของเราเลยนะจ๊ะเนี่ย ทุกขั้นตอนนายจ้างต้องเป็นคนดำเนินการ อยากได้แรงงานมาช่วยทำงานก็ต้องลงทุนหน่อย)

เมื่อได้เอกสารการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานแล้ว ก็ทำการส่งเอกสารที่ว่านี้ไปให้ตัวแทนประเทศที่จะส่งแรงงาน เพื่อดำเนินการทำวีซ่า เราจึงจะสามารถไปรับคนงานต่างด้าวให้เดินทางข้ามประเทศมาทำงานกับเราได้ (ส่วนใหญ่ไปรับที่ชายแดน โดยการเดินทางมาที่ชายแดน นายหน้าของประเทศต้นทางของแรงงานจะเป็นผู้ดำเนินการ)

เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมา ตม.จะประทับตราวีซ่าให้แค่สองปี และเมื่อวีซ่าหมดอายุก็ต้องไปดำเนินการต่อวีซ่าโดยไม่ต้องดำเนินการขอจ้างแรงงานตามขั้นตอนข้างต้นใหม่ (ยังจำได้รึเปล่า MOU มีอายุ 4 ปี นะจ๊ะ)

หลังจากที่แรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วนั้น ยังมีสิ่งที่นายจ้างต้องดำเนินการอีกมากมายเพื่อให้การจ้างแรงงานต่างด้าวนั้นเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย, เครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆ ในระยะแรกของการเข้ามาทำงานที่แรงงานยังไม่มีรายได้ นายจ้างล้วนแต่จะต้องเป็นผู้ดูแลจัดการทั้งสิ้นและแรงงานต่างด้าวจะต้องได้รับสิทธิต่างๆ อย่างเหมาะสม ไม่ต่างจากแรงงานไทย เช่น ถ้าแรงงานไทยที่ทำงานประเภทเดียวกัน ได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แรงงานต่างด้าวก็ต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทด้วยเป็นต้น

หลายๆ คนพออ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจรู้สึกว่า กระบวนการจ้างแรงงานผ่าน MOU นั้นมีขั้นตอนยุ่งยาก สู้ไปจ้างแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองมาแล้วนำไปขึ้นทะเบียนน่าจะดีกว่า… อ๊ะ อ๊ะ! อย่าเพิ่งคิดว่าอะไรมันจะง่ายขนาดนั้น เพราะการเปิดให้ขึ้นทะเบียนบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง ไม่ได้มีบ่อย (หลังจากที่ คสช. เปิดให้ขึ้นทะเบียนเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่มีการเปิดให้ขึ้นทะเบียนอีกเลย) และในอนาคต แรงงานประเภทนี้จะต้องหมดไป (อย่าลืมสิ! เค้าเข้ามาอย่างผิดกฎหมายนะ) และเปลี่ยนเป็นแรงงานที่จ้างผ่าน MOU เกือบทั้งหมด (ตามหลักการอะนะ ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงเมื่อไหร่)

ดังนั้นถ้าเราคิดจะจ้างงานชาวต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองมา แล้วรอให้รัฐบาลเปิดให้ขึ้นทะเบียนแล้วละก็ บอกได้เลยว่าเรากำลังทำผิดกฎหมายนะจ๊ะ

จะเห็นได้ว่า การใช้แรงงานต่างด้าวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก แต่สถานประกอบการบางแห่งก็มีความจำเป็นจะต้องจ้างแรงงานต่างด้าว เนื่องจากงานบางประเภทคนไทยไม่นิยมทำ จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่บุคคลชองหลายๆ ที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หาคนไทยมาทำงานยากเหลือเกิน ไม่รู้ไปอยูไหนกันหมด (นั่นสิคะ!)

ดูเหมือนบล็อกวันนี้จะยาวเหลือเกิน เอาเป็นว่าให้พอรู้กระบวนการคร่าวๆ ประมาณนี้ก่อนละกันเนอะ ไว้ถ้ามีโอกาสหรือมีเสียงเรียกร้องเข้ามาค่อยมาขยายความกันต่อละกัน

อ่านต่อตอนหน้า กับการจ้างแรงงานที่อายุต่ำกว่า 18 นะจ๊ะ (นี่ฉันจะเปลี่ยนแนว จากเรื่องความปลอดภัยมาเป็นด้านแรงงานแล้วหรือนี่? …แซวตัวเองทำไม ฮะ! ^^)

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: