นายจ้างควรรู้ ลูกจ้างควรทราบ กฎกระทรวงใหม่ กำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย

Image 4

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ประกาศเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีลูกจ้างเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างเสียใหม่ เป็นสิ่งที่นายจ้างพึงต้องทราบ (เพราะนั่นหมายถึงรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นของนายจ้างกรณีที่ลูกจ้างเกิดเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุในงาน) และลูกจ้างก็ต้องรู้ไว้ เพราะนั่นคือสิทธิ(ที่เพิ่มขึ้น)ของตนนะครับ

หลายๆ คนอาจจะคิดแค่ว่ากฎกระทรวงใหม่มีแค่การเปลี่ยนเรื่องอัตราค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ผมเห็นหลายๆ เว็บที่ลงข่าวก็พูดถึงแค่อัตราที่เพิ่มขึ้น แต่จริงๆ แล้ว กฎกระทรวงใหม่นั้น มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ฉะนั้นผมเลยคิดว่าควรเปรียบเทียบให้ดูกันตามรูปด้านล่างครับ แต่เนื่องจากข้อความมันยาวมาก ในขณะที่การแสดงผลมีจำกัด เลยต้องรบกวนให้คลิกที่รูป เพื่อขยายรูปออกมาให้ดูแบบเต็มๆ แทนนะครับ

เปรียบเทียบกฎกระทรวง พ.ศ. 2551 กับ พ.ศ. 2558

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ … อ่านตามเอกสารด้านล่างนี้ได้เลยครับ

แถมให้ … ที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มอีกอย่างก็คือ เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกับกองทุนประกันสังคมนะครับ ผมเห็นเว็บข่าวหลายเว็บเห็นว่าสำนักงานประกันสังคมเป็นคนประกาศ (แถมสำนักงานประกันสังคมก็ใช้คำในการโพสต์ว่า “ประกันสังคม เพิ่มค่ารักษา …” แต่จริงๆ เขาหมายถึง “สำนักงานประกันสังคม เพิ่มค่ารักษา …” นะครับ คือว่า กองทุนเงินทดแทนเนี่ย มีสำนักงานประกันสังคมดูแลกองทุนนี้อยู่ แต่มันเป็นคนละกองกับ กองทุนประกันสังคม นะครับ และลูกจ้างทุกคนตามกฎหมายที่นายจ้างจ่ายเงินเข้ากองทุนเงินทดแทนนะครับ

ถ้าเกิดว่านายจ้างไม่จ่ายกองทุนเงินทดแทน ลูกจ้างเกิดเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจากการทำงาน ก็จะไม่มีเงินกองทุนเงินทดแทนมาให้นะครับ ในกรณีนี้ลูกจ้างต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกเงินทดแทนจากนายจ้างครับ

กองทุนเงินทดแทนนั้น เป็นเหมือนการอำนวยความสะดวก … คือ เมื่อเกิดกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตรายจากการทำงาน นายจ้างต้องจ่ายตามกฎหมายกำหนด เพียงแต่ว่าเพื่อความสะดวกในการจัดการและจ่ายเงินชดเชย สำนักงานประกันสังคมเลยเข้ามาช่วย นายจ้างจ่ายเงินเข้ากองทุน พอเกิดเหตุ กองทุนก็มาจ่ายลูกจ้าง … คล้ายๆ ทำประกันประมาณนั้น

The following two tabs change content below.
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: