การคิดค่าแรงของพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.)

Security Guard

 

อยู่มาวันหนึ่ง มี รปภ. มาถามผมทาง Facebook ว่าการคิดค่าแรงของ รปภ. นั้นทำอย่างไร ในเมื่อกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ให้สัปดาห์หนึ่งทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมง (มาตรา 23 วรรค 1) และในหนึ่งสัปดาห์ต้องจัดให้มีวันหยุดอย่างน้อยหนึ่งวัน (มาตรา 28) ฉะนั้นย่อมหมายความว่า รปภ. ที่ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ ก็น่าจะได้ค่าทำงานล่วงเวลาวันละ 4 ชั่วโมง ใช่หรือไม่?!? แต่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะคำตอบของมันคือ “ไม่”

ตรงนี้ต้องออกตัวก่อนว่าโดยปกติแล้ว พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานนั้นกำหนดสิทธิของลูกจ้างเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนมาก แต่ก็มีบางจุดที่ยังคลุมเครือ เพราะให้ไปอ้างอิงพวกกฎกระทรวงแทน ซึ่งสำหรับคนธรรมดาสามัญแล้ว มันยากที่จะหาข้อมูลดังกล่าว เพราะในตัวมาตรากฎหมาย หรือตัวพระราชบัญญัติเองก็ไม่ได้มีการระบุไว้ชัดเจนว่ามาตราใด อ้างอิงกฎกระทรวงฉบับไหน

 

อาชีพ รปภ. อยู่ในข้อยกเว้น นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา

แล้วอาชีพ รปภ. เนี่ย ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ใจความว่า

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และ มาตรา 65 (8) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้ 

ให้งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินเป็นงานตามมาตรา 65 (8) ที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามมาตรา 61 และค่าล่วงเวาในวันหยุดตามมาตรา 63 แต่ให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ

 

พูดง่ายๆ คือ ในการคิดค่าแรงของผู้ประกอบอาชีพ รปภ. นั้น สมมติว่าทำงานวันละ 12 ชั่วโมง มีวันหยุดประจำสัปดาห์คือวันอาทิตย์ ค่าแรงคิดตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำคือ 300 บาท/วัน ก็จะคิดแบบนี้ครับ

  • ค่าแรงตามชั่วโมงทำงานตามปกติที่กฎหมายกำหนด คือ 8 ชั่วโมง/วัน ก็คิดไปชั่วโมงละ 37.50 บาท
  • ค่าแรงตามชั่วโมงทำงานล่วงเวลา 4 ชั่วโมง/วัน เนื่องจากเป็นไปตามมาตรา 65 (8) และกฎกระทรวงฉบับที่ 8 จึงคิดที่ชั่วโมงละ 37.50 บาท เช่นกัน

และแม้ว่านายจ้างจะให้ทำงานล่วงเวลาเพิ่มเติม (เช่น นายจ้างขอให้ทำงานต่ออีก 2 ชั่วโมง หรือ ลูกจ้างขอควงกะ) ค่าจ้างก็จะไม่ได้คิดเป็นค่าล่วงเวลา (หมายถึง ค่าแรงต่อชั่วโมงคูณ 1.5) แต่อย่างใด และนั่นรวมถึงค่าล่วงเวลาในวันหยุด ที่ตามกฎหมายมาตรา 63 ที่กำหนดไว้ว่าต้องจ่ายไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานด้วยนะครับ

อ้างอิงจากเหตุผลก็คือ กฎหมายเก่าที่ให้ข้อยกเว้นเรื่องการจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาสำหรับลูกจ้างที่มีหน้าที่เฝ้าสถานที่ มันมีใช้ตั้งแต่ก่อน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จะบังคับใช้แล้ว ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่นายจ้าง จึงให้คงข้อยกเว้นนี้ไว้น่ะครับ

สรุปคือ: สำหรับผู้ประกอบอาชีพ รปภ. นั้น ไม่ว่าจะทำงานล่วงเวลาในวันธรรมดาหรือวันหยุด ก็จะได้รับค่าจ้างเป็นอัตราค่าจ้างปกติของวันนั้นๆ คิดเป็นรายชั่วโมง

 

ค่าทำงานในวันหยุดของอาชีพ รปภ. ยังเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

นายจ้างจำนวนไม่น้อยมีความสับสนระหว่าง “ทำงานล่วงเวลา” กับ “ทำงานในวันหยุด” น่ะครับ นายจ้างพวกนี้จะเข้าใจว่าทั้งหมดคือการ “ทำงานล่วงเวลา” แต่จริงๆ แล้วมันคนละเรื่องเลย

การทำงานล่วงเวลา จะมีกฎหมายเกี่ยวข้องคือพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ดังนี้ …

  • มาตรา 61 … ค่าทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติจะคิดที่ไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของวันทำงาน
  • มาตรา 63 … ค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดจะคิดที่ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของวันทำงาน

แต่การทำงานในวันหยุด กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือ มาตรา 62 ที่บอกว่า

  • หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (สำหรับนายจ้างทั่วไปก็จะหมายถึง พนักงานรายเดือน) หากมาทำงานในวันหยุด ก็จะได้ค่าทำงานในวันหยุดคิดเป็นไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของวันทำงานคูณจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน
  • หากลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (สำหรับนายจ้างทั่วไปก็จะหมายถึง พนักงานรายวัน) หากมาทำงานในวันหยุด ก็จะได้ค่าทำงานในวันหยุดคิดเป็นไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของวันทำงานคูณจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน

นั่นหมายความว่า หาก รปภ. มาทำงานในวันหยุด (วันหยุดประจำสัปดาห์ หรือ วันหยุดตามประเพณี) ที่นายจ้างกำหนดให้เป็นวันหยุดของเขา เขาก็จะต้องได้ค่าจ้างคิดเป็น 2 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงของวันทำงานปกติ หรือพูดง่ายๆ ได้สองแรงนั่นเอง … นายจ้างจะเอา มาตรา 65 (8) มาอ้างแล้วจ่ายค่าแรงแรงเดียวไม่ได้นะครับ เพราะเคสนี้ไม่ใช่ “การทำงานล่วงเวลา”

และหากในวันหยุดมีการให้ รปภ. ทำงานล่วงเวลา ค่าจ้างของชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลานั้น ก็คิดที่อัตราของการทำงานวันนั้น ซึ่งก็คือ สองแรง นั่นเองครับ เพราะกรณี “การทำงานล่วงเวลาในวันหยุด” เข้าข่ายมาตรา 65 (8) เพียงแต่ต้องคิดเรตจากอัตราค่าแรงของวันหยุด

สรุปคือ: ถ้าให้ รปภ. มาทำงานในวันหยุดละก็ วิธีคิดค่าแรงก็คือ เอาค่าแรงต่อชั่วโมงของวันปกติมาคูณสองครับผม ให้ทำกี่ชั่วโมงก็คูณไปเลย

 

สิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานของอาชีพ รปภ. ยังอยู่ครบ

แม้ว่าอาชีพ รปภ. จะไม่ได้รับค่าทำงานล่วงเวลาและค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดอย่างอาชีพอื่นๆ เขา แต่ไม่ได้หมายความว่าสิทธิในด้านอื่นๆ จะไม่มีเหมือนอาชีพอื่นๆ นะครับ นายจ้างยังคงต้อง …

  • กำหนดให้มีวันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ
  • กำหนดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปี (พักร้อน) ปีละไม่น้อยกว่า 6 วัน
  • จ่ายค่าจ้างให้ในวันลาป่วยปีละไม่เกิน 30 วัน และให้ลูกจ้างลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริง
  • หักเงินประกันสังคมและจ่ายสมทบในส่วนของนายจ้างตามกฎหมาย
  • ให้สิทธิลูกจ้างในการลาหยุดอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น ลาเพื่อรับราชการทหาร, ลาเพื่อฝึกอบรม, ลาเพื่อทำหมัน, ลาคลอดบุตร ฯลฯ)
  • จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
  • จ่ายค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในกรณีบอกเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
  • ฯลฯ

ฉะนั้น ผู้ประกอบอาชีพ รปภ. ก็อย่าน้อยใจไปครับ และในขณะเดียวกัน ก็รู้สิทธิของตนเอาไว้ อย่าให้นายจ้างเอาเปรียบได้ล่ะ

The following two tabs change content below.
บล็อกเกอร์สายรีวิวที่มีความสนใจในด้านเทคโนโลยี จิตวิทยา และทรัพยากรมนุษย์ และเนื่องจากได้ร่ำเรียนปริญญาโทภาควิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ (แต่ไม่จบเพราะมัวแต่เอาความรู้มาใช้จริง จนลืมทำวิทยานิพนธ์) จึงคิดว่าจะเป็นการดีที่จะนำความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และจิตวิทยาที่ได้ มาเผยแพร่เพื่อคนอื่นๆ ต่อ ... ปัจจุบัน เป็นวิทยากรรับเชิญในด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พกพา โซเชียลมีเดีย ดิจิตอลมาเก็ตติ้ง และเป็นพาร์ทเนอร์กับกลุ่มบริษัท Adecco Thailand ในด้านเนื้อหากับโซเชียลมีเดีย

You may also like...

2 Responses

  1. Hmoo says:

    แล้ว รปภ ทำงานเกินสัปดาห์ละ 48 ชั่วโมง ไม่ถือว่าผิดกฎหมายเหรอคะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: