สิทธิที่เราควรรู้ กับกองทุนประกันสังคม ตอนจบ

 Social SecurityImage credit: Injury Lawyers San Luis Obispo via Flickr

 

การเขียนเรื่องสิทธิประกันสังคม ครั้งนี้ราวกับซีรีย์เรื่องยาวเลยทีเดียว เพราะนี่ก็ปาเข้าไปตอนที่ 3 แล้ว เริ่มจะรู้สึกว่ามันออกจะยาวเกินไป งั้นวันนี้จะสรุปใจความให้จบเลย ดีป่าวเอ่ย..?

ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาต่อกันเลยดีกว่า คราวที่แล้วเราพูดถึงสิทธิข้อแรกของประกันสังคม จบไปแล้ว อีก 6 ข้อที่เหลือจะมาแบบ Hi-Speed จบในตอนเดียวเลย อิอิ

 

สิทธิ “กรณีคลอดบุตร”

ผู้ประกันตนที่จะสามารถใช้สิทธิฯ ได้ จะต้องเป็นผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบครบ 7 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร (หมายถึงว่าเดือนที่คลอดไม่นับนะ) โดยจะได้เงินช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย 13,000 บาท ต่อการคลอดบุตรแต่ละครั้ง และใช้สิทธิได้ 2 ครั้ง ตลอดอายุการเป็นผู้ประกันตน (คู่แต่งงานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย จะสามารถใช้สิทธิได้ทั้งฝ่ายหญิง และ ฝ่ายชาย รวมกันเป็น 4 ครั้งนะก๊าบ)

 

สิทธิ “กรณีทุพพลภาพ”

โดยสิทธิข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในรอบระยะเวลา 15 เดือน และประสบอันตรายจนถึงขั้นทุพพลภาพ และไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิในหลายๆกรณี

  • ค่ารักษาพยาบาล
    • กรณีรักษากับสถานพยาบาลของรัฐ: รักษาฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะทางสถานพยาบาลจะเป็นผู้มายื่นเรื่องเบิกกับทางสำนักงานประกันสังคมเอง
    • กรณีรักษากับสถานพยาบาลเอกชน: ในกรณีที่เป็น “ผู้ป่วยนอก” จะเบิกค่ารับบริการทางการแพทย์ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ถ้าเป็น “ผู้ป่วยใน” ไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท
    • ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่ง: เหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท
    • ผู้ทุพพลภาพที่เข้ารับการฟื้นฟูในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานของสำนักงานประกันสังคมจะมีค่าฟื้นฟูอีก 40,000 บาท
  • เงินทดแทนการขาดรายได้: ได้รับในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต
  • รับคืนเงินกรณีชราภาพ: สามารถรับเงินคืนกรณีชราภาพได้ทั้งหมดในส่วนที่สะสมไว้ โดยให้ยื่นคำขอรับสิทธิฯภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ทุพพลภาพ

 

สิทธิ “กรณีเสียชีวิต”

  • ค่าทำศพ: ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพ 40,000 บาท
  • นอกจากจะได้ค่าทำศพแล้ว ยังจะมีเงินสงเคราะห์ฯให้ทายาทอีก โดย
  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่ง
  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยห้าเดือน
  • รับเงินสบทบในส่วนของการชราภาพคืนได้ทั้งหมด โดยให้ยื่นคำขอรับสิทธิฯ ภายใน 1 ปี นับจากวันที่เสียชีวิต

 

สิทธิ “กรณีชราภาพ”

ผู้ที่จะได้รับสิทธิฯ ในเรื่องนี้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม
  2. อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  3. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

สิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ แบ่งได้ดังนี้

บำเหน็จชราภาพ: สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพน้อยกว่า 180 เดือน

  • ถ้าจ่ายเงินสบทบฯ น้อยกว่า 12 เดือน จะได้คืนเฉพาะในส่วนที่ผู้ประกันตนจ่ายไว้ทั้งหมด
  • แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบฯ มากกว่า 12 เดือน (แต่ไม่เกิน 180 เดือน) จะได้คืนทั้งในส่วนของผู้ประกันตน + ส่วนของนายจ้าง (ยังจำได้ใช่มั้ย ประกันสังคม เราไม่ได้จ่ายฝ่ายเดียว นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินสมทบให้เราด้วย)

บำนาญชราภาพ: สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป

  • กรณีจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญฯ เป็นรายเดือน ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ค่าเฉลี่ยเงินเดือน หาจาก เงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายบวกกัน แล้วหารด้วย 60 … อัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณสูงสุด ไม่เกิน 15,000 บาท) ก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
  • กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน เงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับ จะปรับขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 5 ต่อ ในทุกรอบระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบ 12 เดือน

เช่น เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท, จ่ายเงินสมทบมา 192 เดือน จะได้บำนาญ = 3,225 บาท (3000+225) โดยคำนวณมาจาก

ค่าเฉลี่ยเงินเดือน 15,000 บาท x 20% = 3,000 บาท … บวกกับ … 15,000 บาท x 1.5% = 225 บาท

ดังนั้น (ส่วนเพิ่มที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน (192 – 180 = 12 เดือน) อีก 1.5 %)

 

ดังนั้นเงินบำนาญที่จะได้รับก็คือ 3,325 บาท / เดือน จนกว่าจะเสียชีวิต

 

สิทธิ “กรณีว่างงาน”

ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน

กรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง: ได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย

กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา: ได้รับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย

 

เพิ่มเติมอีกนิด

เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ลาออก) สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย (กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีเสียชีวิต)

ประโยชน์ทดแทนทุกกรณีเมื่อมีสิทธิต้องยื่นเรื่องรับเงินภายใน 1 ปี เว้นแต่ กรณีว่างงานผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ และต้องยื่นขอใช้สิทธิภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หากยื่นขอใช้สิทธิเกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: