ล้อมคอกหลังวัวหาย “การทำคอก” ป้องกันอุบัติเหตุด้วยหลัก 3E

cageCreative Commons License Mike via Compfight

ถึงเวลาทำการบ้านแล้ววววว!  คำพูดเรียกที่ออกมาจากปากนายกาฝาก หลังจากที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์  และประโยคนี้เป็นประโยคที่คุณกาฝากเค้าใช้ในการทวงให้มาเขียนบล็อกในวันนี้ละจ้า

เมื่อคราวที่แล้ว เราพูดถึงการล้อมคอกหลังวัวหายกันไปแล้ว (จำได้รึเปล่า ว่าหมายความว่าอะไร? ก็การสอบสวนอุบัติเหตุ ไงจ๊ะ ยังจำกันได้ใช่มั๊ย) มาคราวนี้ เราจะพูกถึงวิธีการทำคอกที่จะใช้ล้อมวัวกันบ้าง  ถ้าการล้อมคอก คือการสอบสวนอุบัติเหตุ วิธีการทำคอก ก็คือ “วิธีการป้องกันอุบัติเหตุ” นั่นเองละค่ะ

หลังจากที่เราเรียนรู้เรื่องการสอบสวนอุบัติเหตุไปเมื่อคราวที่แล้ว คราวนี้มาดูกันบ้างว่า เราจะป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ตามหลักความปลอดภัยแล้ว การป้องกันอุบัติเหตุนั้น  สามารถอธิบายได้หลายทฤษฎี หลายวิธีการมาก แต่วันนี้เราจะมาพูดกันถึง “ทฤษฎี 3E” กัน

 

E ตัวแรก คือ E – Engineering (การออกแบบตามหลักวิศวกรรม)

ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเป็น Engineering ก็ต้องสื่อถึง หนุ่มหล่อ มาดแมน นิสัยดิบๆ นิดๆ (เฮ้ย! จะบ้าเหรอ! เค้าให้พูดเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องหนุ่มกึ่งสุก กึ่งดิบอะไรนั่น) อุ๊ต๊ะ! โดนบ่นสะงั้น กลับเข้าเรื่องดีกว่า จริงๆแล้ว  หลักการแรกในการป้องกันอุบัติเหตุ คือ การใช้หลักการทางวิศวกรรมศาตร์ในการ ออกแบบ แก้ไข หรือปรับปรุงเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ให้มีความปลอดภัยในการใช้งาน หรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีพอที่จะให้คนอย่างเราๆ เข้าไปในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต หรือทรัพย์สิน ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทางเลยที่เดียว เช่น การออกแบบเครื่องจักรให้มีระบบเซ็นเซอร์ หรือการติดตั้งการ์ดป้องกันไม่ให้ผู้ปฎิบัติงานนำมือหรืออวัยวะเข้าไปในในส่วนที่เป็นอันตราย การออกแบบผังโรงงานให้มีสภาพปลอดภัย มีการแบ่งแยกระหว่างทางโดยสารของคนและทางวิ่งของรถ มีการจัดระบบระบายอากาศ ควบคุมปริมาณฝุ่น หรือไอระเหยของสารเคมีให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย มีแสงสว่างที่เพียงพอ อุณหภูมิที่พอเหมาะ และเสียงที่ไม่ดังจนเกินไป (ที่พูดมาทุกข้อ มีกฏหมายบังคับหมดเลยนะนี่)

 

 E ตัวที่สอง คือ E – Education (การศึกษา)

การให้การความรู้แก่บุคคลากรในระดับต่างๆ ตามความเหมาะสม เปิดโอกาสให้กับการอบรม และลงทุนในเรื่องของการให้ความรู้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ เหมาะสมกับงานที่ได้รับมอบหมาย จะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้พนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น เพราะพนักงาน จะสามารถ คิด วิเคราะห์ ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และป้องกันตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยได้

หลายๆ สถานประกอบการ มุ่งเน้นในเรื่องการผลิตเป็นอย่างมาก โดยละเลยในเรื่องของการให้ความรู้ที่จำเป็นกับพนักงาน พอพนักงานเข้ามาทำงานในวันแรก ก็ให้ทำงานทันที โดยที่ไม่สอนวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ปลอดภัยให้กับพนักงาน ผลที่ตามมาก็คือ พนักงานทำงานไ้ด้จากการมองคนข้างๆทำ หรือรู้วิธีการทำงานแแบบงูๆ ปลาๆ เท่านั้น ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องระวังอะไร และอะไรบ้างที่ห้ามทำ แน่นอนว่า ส่ิงที่ตามมาจากความไม่รู้ คือการทำงานที่ผิดพลาด และอุบัติเหตุนั่นเอง  ดังนั้นเราควรให้ความรู้กับพนักงานอย่างเหมาะสมในทุกๆ ระดับ ให้เวลากับการอบรมในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ และเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงานอย่างเพียงพอ

 

E ตัวที่สาม คือ ​E – Enforcement (การบังคับใช้)

การออกกฎระเบียบข้อบังคับ, การกำหนดวิธีการทำงานที่ปลอดภัย, การบังคับใช้และการควบคุมให้พนักงานปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆที่ทางบริษัทกำหนดขึ้น เพื่อที่จะให้พนักงานมีพฤติกรรมที่ปลอดภัย และทำซ้ำจนเคยชิน ยกระดับจิตสำนึกด้านความปลอดภัยใหกับพนักงาน

การนำหลัก 3E มาประยุกต์ใช้ ในเรื่องของความปลอดภัย จะต้องทำควบคู่กันไป ถึงจะได้ผลดีที่สุด และไม่ควรที่จะละเลย E ตัวใดไป เมื่อเรามีสภาพการณ์ทำงาน และอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ปลอดภัยจากการออกแบบที่ดี, พนักงานมีความรู้ความสามารถเพียงพอ และมีการควบคุมให้พนักงานทำตามกฏระเบียบความปลอดภัยที่วางไว้อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลดลง ประสิทธิภาพในการทำงานสูงคุณ ส่งเสริมให้บริษัทของเราเป็นสถานประกอบการที่ดี มีความปลอดภัย พนักงานก็จะมีความสบายใจในการทำงาน ไม่ต้องคอยกังวลว่า วันนี้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับตัวเรา หรือเพื่อนร่วมงานของเรารึเปล่า เมื่อพนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน ก็จะส่งผลให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นหมายถึงผลผลิตก็จะดีขึ้นด้วย

เห็นมั้ยค่ะว่า ความปลอดภัย เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะทำให้สถานประกอบการของคุณ เป็นสถานประกอบการที่มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลได้อย่างไร…

 

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: