ล้อมคอกหลังวัวหาย ก่อนวัวจะหายทั้งคอก ด้วยการสอบสวนอุบัติเหตุ

Crime scene

เครดิตภาพประกอบ stavos via Compfight

สวัสดี สวีดัส ทุกๆท่านค่ะ สบายดีกันรึเปล่าค่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีประเด็นร้อนในสภากาแฟที่ทำงานเกี่ยวกับการขึ้นเครื่องบินละค่ะ อันเนื่องมาจากการถูกยิงตกของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ที่เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันมากในที่ทำงาน ไม่ใช่เพราะแค่ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื่องมาจากว่า ในการทำงานของพวกเรา (ผู้เขียนและเพื่อนร่วมงาน) ต้องเดินทางด้วยเครื่อบินเป็นประจำ และทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ เรามักจะพูดกันเสมอว่า พวกเรานี่ใช้ชีวิตบนความเสี่ยงกันจริงๆเนอะ!

แน่นอนคะว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่เราจะพูดถึงกันเมื่อเกิดเหตุส่ิงที่ไม่คาดฝัน หรือเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินแล้วนั้น ก็คือ เรื่องของการหาสาเหตุนั้นเอง ซึ่งการหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นอาจทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจพื้นที่เกิดเหตูจริง การสัมภาษณ์ผู้เห็นเหตุการณ์ หรือการสัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุก็ตาม โดยรวมเราเรียกสิ่งต่างๆเหล่านี้ว่า “การสอบสวนอุบัติเหตุ”

 

แล้วเราจะทำการ “สอบสวนอุบัติเหตุ” ไปเพื่ออะไร?

หลายครั้งที่เราเห็นข่าวในโทรทัศน์ หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เรามักจะเห็นว่า ตำรวจทำการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุร้ายๆ เพื่อการหาคนผิดมาทำโทษสะเป็นส่วนใหญ่ แต่ในด้านของความปลอดภัยแล้วนั้น เราทำการสอบสวนอุบัติเหตุก็เพื่อ “การหาแนวทางการแก้ไข และ การป้องกัน” เป็นหลัก โดยเราจะไม่มุ่งเน้นหาว่าใครเป็นคนทำผิด แต่เราจะมุ่งเน้นหาคำตอบของคำถามที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?  จะแก้ไขและ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกได้อย่างไร? (โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว การมุ่งหาคนผิดในการสอบสวนอุบัติเหตุ จะทำให้เราพลาดข้อเท็จจริงบางประการไป และอาจทำให้เราไม่สามารถรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะคนที่ทำผิดย่อมไม่อย่างที่จะให้ใครรู้อยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นเพราะกลัวการถูกตำหนิ หรือถูกลงโทษนั้นเอง)

 

Tempête Xynthia Fire Department Accident | Sapeurs Pompiers de Charente-Maritime

Creative Commons License Thibaut Chéron Photographies via Compfight

 

การสอบสวนอุบัติเหตุที่มีประสิทธิผล จะทำให้เรารู้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร? เกิดจากคนกระทำ เกิดจากสภาพการณ์ พื้นที่ หรืออุปกรณ์ที่บกพร่อง หรือ เกิดจากทั้งสองสาเหตุรวมกัน เมื่อเราทราบถึงสาเหตุแล้ว เราจะได้หาแนวทางการแก้ไขได้ถูกต้อง อย่างเช่นเหตุการณ์เครื่องบินที่ถูกยิงตกนี้ ถ้าวิเคราะห์ในฐานะคนทีอ่านข่าวที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เหตุการณ์นี้เกิดจากการกระทำของคนไปยิงเครื่องบิน เครื่องบินจึงตก และมีผู้เสียชีวิต  และเกิดจากสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย นั้นคือการที่เครื่องบิน บินผ่านน่านฟ้าที่มีการสู้รบกันอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นสภาพการณ์ที่มีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเราจะแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ขึ้นอีกได้อย่างไร?

  • ทางเลือกที่หนึ่ง คือ หยุดการกระทำที่ไม่ปลอดภัย = หาคนยิงให้เจอ ลงโทษคนทำผิดเพื่อไม่ให้กระทำซ้ำ
  • ทางเลือกที่สอง คือ หยุดสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย = หาทางยุติสงครามซะ (จะยากไปไหมเนี่ย แล้วเมื่อไหร่จะทำได้)

จะเห็นว่า การแก้ไขทั้งสองทางนั้น ดูจะยาก และต้องใช้เวลานาน งั้นลองมาดูทางเลือกที่สามกัน

  • ทางเลือกที่สาม คือ ไม่บินผ่านน่านฟ้าที่มีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดอันตราย ถึงแม้จะต้องเสียเวลาบินอ้อมไปบ้าง (เวลาที่เสียไป กับชีวิตที่แลกกลับมา นั่นถือว่าคุ้มแสนคุ้ม!)

เมื่อดูแบบนี้แล้ว เราจะเห็นว่า วิธีการแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุนั้น มีมากมายหลายวิธี อยู่ที่เราว่าจะเลือกวิธีไหน ที่จะได้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมาที่สุด ทุกๆครั้งที่เราจะทำการณ์สิ่งใด เราต้องประเมินดูก่อนว่า สิ่งที่เราจะทำนั้นมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย ต่อตัวเรา หรือต่อผู้อื่นหรือไม่? ถ้ามี แล้วเราเลือกที่จะไม่ทำได้มั๊ย? (เมื่อไม่ทำ ก็ไม่เสี่ยง ไม่เสี่ยงก็ไม่เจ็บตัว) แต่ถ้าเลือกไม่ได้ หรือมีเหตุจำเป็นให้ต้องทำจริงๆ เราจะป้องกันได้อย่างไร? จะเลือกหยุดการกระทำที่ไม่ปลอดภัย (ซึ่งเราอาจจะหยุดการกระทำของเราได้ แต่อาจจะหยุดการกระทำของเพื่อนร่วมงานไม้ได้) หรือเลือกที่จะหยุดสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย?

ในชีวิตจริง เราอาจต้องหาแนวทางในการป้องกันทั้งการกระทำที่ไม่ปลอดภัย และสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยควบคู่กันไป เพื่อการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด บางครั้งแนวทางการแก้ไข และป้องกัน อาจทำให้ขั้นตอนต่างๆยุ่งยากมากขึ้น อาจต้องใช้ระยะเวลานานขึ้น หรืออาจจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายบ้าง แต่สิ่งที่เราลงทุนลงแรงไป ก็สุดแสนจะคุ้มค่า เมื่อเทียบกับความปลอดภัยของตัวเรา และผู้คนที่อยู่รอบข้างเราที่ได้กลับมา….!

 

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: