“อุบัติเหตุ” แค่เรื่องบังเอิญ… จริงหรือ?

6219951212_5a92d6f906

Photo Credit: anonymousse-ity via Compfight cc

เมื่อพูดถึงความปลอดภัย เรื่องของ “อุบัติเหตุ” มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเป็นเรื่องแรกๆ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสูญเสียอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียทรัพย์สิน, การบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ, ไปจนถึงขั้นการสูญเสียอวัยวะ หรือแม้แต่การสูญเสียชีวิต

เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น เสียงที่มักจะตามมาคือการถามถึงสาเหตุ ว่าทําไมถึงเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันนี้ขึ้นได้ และคําตอบ ของคําถามนี้มักจะเป็นแบบนี้ “เรื่องนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยนะ ก็ทําแบบนี้มาเป็น 10 ปี ยังไม่เคยเกิดสักครั้ง ครั้งนี่มันบังเอิญ จริงๆ” หรือไม่ก็มัน “ประมาท” เอง คนอื่นเค้าก็ทําแบบเดียวกันไม่เห็นเป็นไร และที่พบบ่อยที่สุดเมื่อหาเหตุผลอะไรมาอ้างไม่ได้คือ คําว่า “ซวย” (คิดอะไรไม่ออก โทษดวงไว้ก่อน)

แล้ว “อุบัติเหตุ” เป็นแค่เรื่อง “บังเอิญ” หรือว่า “ดวงไม่ดี” จริงๆหรือ ?

จริงๆ แล้ว มีสิ่งที่สามารถอธิบายถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ได้ดีกว่าคําว่า บังเอิญ, ดวงไม่ดี, หรือ ประมาท แถมยังน่าเชื่อถือ ไม่ขึ้นกับดวงชะตา ของใครก็ไม่รู้ ที่จะทําให้เราบาดเจ็บ, พิการ หรือสูญเสียทรัพย์สินได้อีกด้วย

สาเหตุของ “อุบัติเหตุ” สามารถแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน

1. การกระทําที่ไม่ปลอดภัย: หมายถึง การกระทําหรือการปฏิบัติงานของคนที่มีผลทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับตนเองและผู้อื่น เช่น การทํางานลัดขั้นตอน, การทํางานไม่ถูกวิธี, ไม่ปฏิบัติตามกฏระเบียบ,การขาดทักษะ, มีความรู้ความสามารถที่ไม่เพียงพอ, ขาดความระมัดระวัง พลั้งเผลอ เหม่อลอย, การใช้เครื่องมือผิดประเภท, การถอดเครื่องกําบังเครื่องจักร, รวมถึงการมีสภาพร่างกายและจิตใจไม่พร้อมหรือผิดปกติ (เช่นไม่สบาย, เมาค้าง, ทะเลาะกับแฟน) เป็นต้น

2. สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย: หมายถึงสภาพการทํางาน หรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายซึ่งอาจจะทําให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร ชํารุด, ไม่มีเครื่องกําบัง หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสม, สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (เช่น เสียงดังเกินไป, ร้อน หรือ เย็นเกินไป, มีฝุ่น, ควัน, หรือไอละอองของสารเคมีในบรรยากาศ), พื้นลื่น, สายไฟชํารุด เป็นต้น

 

แล้วคุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุหลักของ “การเกิดอุบัติเหตุ” ?

คําถามนี้ตอบได้ง่ายๆโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยใช่มั๊ยละค่ะ คําตอบของคุณ เป็นคําตอบที่ถูกต้องแล้วละค่ะ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการกระทําที่ไม่ปลอดภัย โดยคิดเป็น 88% ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด และสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย คิดเป็น 10% มีเพียง 2% เท่าที่นั้นที่เกิดจากสาเหตุที่เหนือความคาดหมาย

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีการถกเถียงกันมากว่า แล้วเจ้าสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย มันจะเกิดขึ้นเองได้หรือไง? มันก็ต้องเกิดจากการที่มีคนมาทําให้มันไม่ปลอดภัยแทบทั้งนั้น ลองคิดถึงภาพ ฝาท่อระบายน้ําถูกเปิดทิ้งไว้, รถที่จอดอย่างไม่เป็นระเบียบ, กองข้าวของที่ถูกวางไว้สูงท่วมหัว, น้ําหกเจิ่งนองบนพื้นโดยไม่มีใครสนใจจะเช็ด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากการที่มีใครสักคนทําให้มันเกิดขึ้นทั้งนั้น ดังนั้นถ้าจะมองกันในภาพรวมแล้ว อุบัติเหตุทั้งหลายล้วนเกิดจากคนที่ละเลย ไม่สนใจในเรื่องของความปลอดภัยด้วยกันทั้งนั้น

น่าแปลกที่เรื่องของความปลอดภัยของตัวเราเอง กับต้องให้คนอื่นมาคอยย้ำเตือน หรือแม้แต่ออกกฏบังคับให้ทํา “ต้องใส่หมวกกันน็อค” , “ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย” , “ห้ามขับรถเร็ว” , “ห้ามขับรถย้อนศร” ฯลฯ … ทุกๆ ครั้งที่เราเห็นป้ายคําเตือน หรือ ข้อห้ามเหล่านี้ เราก็จะเห็นคนฝ่าฝืนอยู่เสมอ ตักเตือนก็แล้ว ลงโทษก็แล้ว เก็บเงินค่าปรับก็แล้ว แต่ก็ยังทํากัน ทั้งๆ ที่ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น คนที่จะเจ็บ จะพิการ หรืออคนที่จะเสียชีวิต ก็คือตัวคุณเอง (หรือว่ากฏจะมีไว้แหก หรือว่าชีวิตของคุณไม่สําคัญ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน)

คําพูดที่ว่า “ไม่เป็นไรแป๊ปเดียว”, “ขั้นตอนเยอะแยะ เสียเวลา”, “นิดหน่อยเอง ช่างมันเถอะ”, “เร็วขึ้นอีกนิด คงไม่เป็นไร” เป็นคําพูดที่เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆในชีวิตประจําวัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัย และแสดงถึงความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุในชีวิตประจําวันของเราทุกคน… แล้วคุณล่ะ เคยคิดหรือพูดอะไรประเภทนี้บ้างหรือเปล่า? ถ้าเคย! ขอให้คุณรู้ตัวไว้เลยว่า คุณกําลังใช้ชีวิตบนความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการกระทําของตัวเองคุณซะแล้วล่ะ…

“ความปลอดภัย เริ่มต้นได้ที่ตัวคุณ”

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: