การหา จป.วิชาชีพ มาประจำบริษัท ยากจริงหรือ?!?

Safety Professional

เครดิตรูป: www.safety-stou.com

 

เมื่อตอนที่แล้วเราแนะนำให้รู้จักกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือที่เรียกย่อๆว่า “จป.” ในแต่ละระดับกันไปแล้ว  วันนี้เลยจะขอเจาะลึกที่ตำแหน่ง จป. ที่ดูหายากที่สุด และมักมีเสียงบ่นจากบริษัทฯ ห้างร้านต่างๆ เสมอว่า จะหา จป.วิชาชีพ สักคนมาทำงานสักคน ทำไมหายากจัง?  บ้างก็ว่าเรียกเงินเดือนสูงเกินไป บ้างก็ว่าเข้ามาทำงานแป๊บเดียวก็ออก ที่แย่ที่สุดก็คือนายจ้างบางคนบอกว่าไม่รู้จะจ้างมาทำอะไร ไร้ประโยชน์ (ในฐานะ จป. คนหนึ่ง ได้ยินคำนี้แล้วเจ็บจี๊ดดดดดดดด!)

อย่างที่รู้กันดี ตำแหน่ง จป.วิชาชีพ เป็นตำแหน่งที่กำหนดให้สถานประกอบกิจการต่างๆ ที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปต้องมีตามกฏหมาย ดังนั้นหมายความว่าความต้องการ จป. นั้นยังมีอยู่มากเท่าๆ กับจำนวนบริษัทฯ หรือโรงงานที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันนั้นแหละ ในขณะที่สถานศึกษาที่ผลิต จป.วิชาชีพ ได้นั้นก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด ถึงแม้ปัจจุบันจะมีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาที่จบจากมาจะเป็น จป.วิชาชีพ ได้ทุกคน เพราะหลักสูตรของสถาบันการศึกษานั้นๆ ต้องได้รับรองจากกระทรวงฯ ด้วย ถ้าอยากรู้ว่ามีสถาบันการศึกษาใดบ้างที่สามารถผลิต จป.วิชาชีพได้ตามไปดูได้ในเว็บของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานเลยจ้า

นอกจาก จป. ที่ได้มาจากการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว ก็ยังมี จป.วิชาชีพ ที่ได้การรับรองคุณวุฒิการเป็น จป.จากการอบรมอีกด้วย แต่ตอนนี้การอบรมได้ยกเลิกไปแล้ว (ผู้ที่เป็น จป.วิชาชีพ โดยการอบรม ก็ยังสามารถเป็น จป.วิชาชีพ ได้อยู่ตามกฏมาย)

หลังจากรู้แล้วว่าจะหา จป.วิชาชีพ ที่ถูกต้องตามกฏหมายได้จากที่ไหนบ้างแล้ว ก็มารู้จักหน้าที่ของจป.กันบ้าง บรรดาท่านผู้บริหาร หรือ ฝ่ายบุคคลไม่ต้องเครียดไปว่า จะจ้าง จป.วิชาชีพ มาทำอะไร จะเขียนใบพรรณาลักษณะงาน (Job Description) ให้กับบุคลากรในตำแหน่งนี้อย่างไร เพราะกฏหมายกำหนดหน้าที่ของจป.วิชาชีพมาให้แล้ว ตามนี้เลยจ้า

1. ตรวจสอบ และเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

2. วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกัน หรือขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง

3. ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน

4. วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง

5. ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการ หรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน

6. แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือตามข้อ 3

7. แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความ ไม่ปลอดภัยในการทำงาน

8. ตรวจวัด และประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับบุคคล หรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รับรอง หรือตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รายงานในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสถานประกอบกิจการ

9. เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

10. ตรวจสอบสาเหตุ และวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า

11. รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง

12. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

แน่นอนว่านายจ้างสามารถให้จป.วิชาชีพทำหน้าที่อื่นๆ ได้ด้วย เพราะหน้าที่ข้อ 12 ตามกฏหมายได้เปิดช่องไว้ อย่างเช่นงานอบรม งานระบบมาตรฐาน ISO ต่างๆ งานด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่งานด้านบุคคล แต่ก็ไม่ควรจะมากเกินไป จน จป.ทั้งหลายไม่มีเวลามาทำหน้าที่หลักของตนเอง เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุใหญ่ของการลาออกของ จป. ทั้งหลายอย่างไม่ต้องสงสัย

มาว่ากันที่ประเด็นที่นายจ้างหรือฝ่ายบุคคลทั้งหลายต่างก็รู้สึกยุ่งยากใจ เมื่อจะต้องจ้าง จป. สักคนมาประจำบริษัทฯ นั่นก็คือเรื่อง “เงินเดือน”  หลายๆ ท่านมีความคิดว่า จป. ทั้งหลายเรียกเงินเดือนสูงเกินไปจนสู้ไม่ไหว โดยทั่วไปเด็กจบใหม่จะเรียกค่าตอบแทนประมาณ 15,000 – 25,000 บาท หรืออาจจะสูงกว่านั้นตามแต่สถาบัน และเกรดเฉลี่ย ได้ยินแบบนี้นายจ้างทั้วหลายอาจจะถึงกับร้องโห!!!!!!!!!!! วาทำไมถึงสูงจัง  ก็คงต้องย้อนกลับไปถามว่า คุณให้ราคาความปลอดภัยของลูกจ้าง หรือ ลูกน้องของคุณเท่าไหร่ ? ถึงแม้ค่าตอบแทนจะสูงไปบ้าง แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่ปลอดภัยของบุคคลากรในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยต่างๆ ค่าทรัพย์สินต่างๆที่เสียหาย การสูญเสียชื่อเสียง หรือแม้กระทั้งการเสียขวัญกำลังใจของพนักงาน คุ้มไม่คุ้ม ก็ลองคิดกันดูนะจ๊ะ…

The following two tabs change content below.

Suwanna Songsirisak

อดีต จป. ที่ยังคงอยากจะเป็น จป. อยู่ แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว (เป็นคนตรวจ จป. แทน)

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: